ไหว้พระ 9 วัด

ไหว้พระ 9 วัดดัง ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ

วันนี้เราจะได้พาท่านไปรู้จักสถานที่ วัดต่างๆที่ศักดิ์สิทธิ์ที่บางท่านอาจจะยังไม่เคยไปหรือบางท่านอาจไปมาแล้วแล้วอยากไปอีก บางวัดอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาไม่ว่าจะเป็นสถานที่ หรือสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ เราก็ถือโอกาสไปทำบุญกันต้อนรับปีใหม่ และหากท่านใดเป็นปีชงนั้นซึ่งในปี 2560 นี้ที่รู้มาว่าปีกระต่ายชง 100 เปอร์เซ็นต์ และมีปีระกา ปีชวด ปีมะเมีย ปีใหม่นี้เข้าวัดกันเถอะเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ตนเองตั้งแต่ต้นปี ชีวิตจะได้ราบรื่นตลอดปีค่ะ

1. วัดท่าไม้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยู่ที่เลขที่ 51 หมู่ 11 ถ.เศรษฐกิจ 1 ซอย 8 ต. ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เขตเทศบาลสมุทรสาคร นักท่องเที่ยวนิยมมาที่นี้แต่ที่วัดนี้วันพระจะหยุดและวันพฤหัสหลังจากมีข่าวดังว่า พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ต.ท่าไม้ อ.กระทุมแบน จ. สมุทรสาคร เป็นพระชื่อดัง มีหลายท่านศรัทธาได้ขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส โดยให้เหตุผลว่า ท่านมีโรครุมเร้าหลายโรค และตั้งใจจะไปจำพรรษาที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย”

ที่วัดท่าไม้นี้ความศักดิ์สิทธิ์อันเลื่องชื่อของวัดนี้ แม้แต่ ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า, อั้ม พัชราภาม มาริโอ้ ที่ต่างพากันไปทำบุญไหว้พระขอพรสักการบูชากันบ่อยๆ เชื่อกันว่าที่วัดแห่งนี้จะมีการทำบุญสะเดาะเคราะห์เสริมดวง โดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยม รวมถึงเรื่องการไปดูดวงตรวจชะตาราศีกับพระอาจารย์ ”พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้”

ในปัจจุบันเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครจึงแต่งตั้งให้ พระครูปลัดอุเทน สิริสาโรมาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสสืบมาถึงปัจุบัน มีถาวรวัตถุที่คู่พระอุโบสถที่นี่คือพระพุทธชินราชประดิษฐานเป็นพระประธานเท่านั้น ส่วนถาวรวัตถุอื่นได้เปลี่ยนแปรสภาพไปตามกาลเวลาและสถานการณ์ ในช่วงระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมาท่านพระครูได้เปลี่ยนแปลงถาวรภายในวัดท่าไม้โดยใช้ระยะเวลาในการบูรณะเพียงแค่ 1 ปีเศษ
ทำไมจึงติด ”สติ๊กเกอร์วัดท่าไม้” ที่รถ

เชื่อว่าใครๆหลายๆคน คนที่ใช้รถถนน ต้องเห็นเหมือนกันว่าทำไมรถที่เราเห็นบนท้องถนนแต่ละคันส่วนใหญ่ติดสติกเกอร์วัดท่าไม้ กันเยอะแยะไปหมด อย่างน้อยเห็น 5 คัน/ชั่วโมง อยากรู้คำตอบลองไปค้นหาเรื่องราวที่น่าสงสัยมาเล่าสู่กันฟัง จะได้ร้องอ๋อ ไปพร้อมๆกันเลยคะ

วัดท่าไม้ เป็นวัดเล็กๆอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ในวงแคบเฉพาะผู้ต้องการจะเดินทางมาแสวงหาโชคลาภและประกอบพิธีกรรมที่สามารถช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ คนเดินทางมาที่วัดนี้เพื่อมากราบไหว้สักการะองค์พระและประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งแต่ละคนมักจะกลับออกไปพร้อมด้วยสติ๊กเกอร์ที่ผ่านการปลุกเสกอย่างน้อยคนละ 1 แผ่น ทำให้ตอนนี้ผลิตสติ๊กเกอร์วัดท่าไม้พุ่งสูงขึ้นถึง 30,000 แผ่นต่อเดือน สาเหตุทำขึ้นเพื่อใช้แสดงความเป็นลูกศิษย์ของวัดเท่านั้น ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจและเป็นเครื่องรางที่ใช้ปกป้องคุ้มครองภัยดังเช่นทุกวันนี้ ทำให้วัดนี้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการแสวงหาโชคลาภของคนไทยทุกวันนี้

2. วัดปากน้ำภาษีเจริญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อพูดถึง “วัดปากน้ำภาษีเจริญ” ก็ต้องนึกถึง “หลวงพ่อสด” “หลวงพ่อวัดปากน้ำ” พระเกจิชื่อดังที่มีพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสมากมาย วัดปากน้ำภาษีเจริญ ตั้งอยู่ ณ ที่ราบลุ่มบางกอกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ริมคลองหลวง คลองบางกอกใหญ่อันเป็นลำน้ำเจ้าพระยาเดิม ในปัจจุบัน คนนิยมมากราบไหว้หลวงพ่อสด วัดปากน้ำหากมาวัดนี้จะเห็นศิลปกรรมต่างๆมากมาย จากหอพระไตรปิฎก เดิมนั้นสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระมหาเจดีย์ 5 ชั้น ชั้นแรกจัดทำเป็น

พิพิธภัณฑ์ชาวบ้านยังไม่เสร็จดี ชั้น 2 เป็นที่ปฏิบัติธรรม รับรองคนได้ถึง 1,000 คน ขันติธรรม รับรองคนได้ถึง 1,000 คน ชั้น 3 ประดิษฐานพระพุทธรูป สิ่งของเครื่องใช้ และอัฐบริขาร และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ชั้น 4ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ และบูรพาจารย์ในอดีต

หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญหลวงพ่อสด(พระมงคลเทพมุณี) มีอานุภาพปาฏิหาริย์ของหลวงปู่ปากน้ำที่ศิษย์หลายคนได้ประสบมากับตัว และมีเรื่องราวปรากฏจนถึงปัจจุบันจึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วทุกมุมโลก ดังเรื่องราวอานุภาพดังนี้หลวงปู่สด จันทสโร เป็นผู้ค้นพบวิชาธรรมกายขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมบูรณ์พร้อมทั้ง ปริยัติ ปฎิบัติ ปฏิเวธ เป็นทั้งพระนักปฏิบัติธรรม และเป็นพระนักพัฒนา คุณงามความดีของหลวงปู่วัดปากน้ำ นั้นปรากฏเห็นได้ชัดศีลจาริยวัตรอันงดงามเป็นแบบอย่างที่ดีในปฎิบัติธรรมอานุภาพหลวงปู่

 

3. วัดใหญ่ชัยมงคล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวเดิมชื่อ “วัดป่าแก้ว “หรือวัดเจ้าไท” จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่าได้รับการปฎิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ด้วยมีการขุดพบ ชัยมงคลคาถา บรรจุอยู่ ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด ในวัดนี้ถ้าเราไปจะได้เห็นพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่คนนิยมไปนมัสการสม่ำเสมอเป็นจำนวนมาก

 


วัดใหญ่นี้สมัยน้ำท่วมเสียหายมากต้องบูรณะกันให้กลับมาเหมือนเดิม มาเที่ยวที่วัดนี้มีเจดีย์องค์ใหญ่ที่ค้นพบเจอชัยมงคลบรรจุอยู่ ที่ตัวของเจดีย์ด้านหน้าของพระเจดีย์มีบันไดใครอยากเดินไปชมหลุมที่ค้นพบพระคาถาเดินขึ้นไปได้คะแต่ขาลงนี่สิน่ากลัวสำหรับผู้ที่กลัวความสูงไม่ควรเสี่ยงนะคะสูงจริงๆคะ บริเวณโดยรอบวัดเป็นกำแพงแก้วเป็นแค่ชื่อเรียกกันจริงๆแล้วกำแพงทำมาจากอิฐและนำเอาพระพุทธรูปปางสมาธิมาประดิษฐานรอบกำแพงแก้วด้านใน และอีกแห่งหนึ่งของวิหารพระไสยาสน์ในปัจจุบันตัววิหารจะเหลือเพียงผนังที่ทำจากการก่ออิฐถือปูน เนื่องจากหลังคาผุพังไปตามกาลเวลา หากท่านมากราบสักการะพระนอนขอให้ขอพรดูสิคะว่าศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่า ถ้าใครมาไม่สักการะก็ถือว่ามาไม่ถึง ควรหาเวลามาแวะกราบสักการะแค่สักครั้งก็จะรู้สึกดีไปตลอดเลยคะจริงๆนะคะ

 

4. วัดหลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา

 


ประวัติเดิมชื่อ”วัดหงส์” มีหลักฐาน สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เวลาผ่านไป แม่น้ำบางปะกงไหลกัดเซาะตลิ่งพังลงมา จึงสร้างวัดใหม่ เป็นวัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระพุทธโสธรในอดีตกาลเป็นที่เคารพของคนฉะเชิงเทรา จนในปัจจุบันได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า “วัดโสธรวรารามวรวิหาร “ เมื่อวันที่ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2501

สร้างขึ้นพร้อมกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงครามภายในส่วนของพระอุโบสถหลวงพ่อโสธร ประกอบด้วยจิตรกรรมฝาโดยรอบเพดาน เป็นเรื่องราวของสีทันตรมหาสมุทร จตุโลกบาลสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดวงดาวและโดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ เหนือมณฑปพระอุโบสถ และภาพของจักรวาลบนเพดานจะเป็นภาพเขียนประดับโมเสกสี เป็นอุโบสถที่งดงามที่สุด ที่นี้แบ่งเป็นพระอุโบสถ 2 หลัง คือพระอุโบสถหลังไหม ซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จริง แต่ที่ข้างๆประดิษฐานองค์จำลองคะ ใครมากราบสักการะขอพรที่นี้สมหวังทุกรายมีให้ท่านที่สมหวังได้แก้บนด้วยละครรำ ไข่ต้มที่คนนิยมมาขอพรไม่ขาด

สายวันๆหนึ่งแน่นขนัดทั้งรถทั้งคน มาปีใหม่นี้อยากกราบพระขอพรอย่าลืมมาเที่ยวที่ฉะเชิงเทรานะจ้ะ กรุณาแต่งตัวให้สุภาพนะคะ หากไม่รู้ล่วงหน้าทางวัดเขามีชุดผ้าถุงให้นุ่งปิดตัวให้เรียบร้อย ภายในบริเวณวัดยังมีของอาหารทะเล ปลาชนิดต่างๆ หอยดอง และอื่นๆอีกมากมายขาดไม่ได้ขนมจากที่คนนิยมซื้อมาเป็นของฝาก อย่าลืมมาเที่ยวกราบสักการะกันนะคะ

5. วัดหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี


ถ้าเอ่ยถึงหลวงพ่อจรัญท่านเพิ่งมรณภาพไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นพระปฏิบัติสายวิปัสสนากรรมฐาน สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ท่านสร้างวัดและได้สอนธรรมแก่ผู้ที่ใฝ่ปฏิบัติท่านมีลูกศิษย์มากมายทั่วประเทศ เป็นพระนักเทศน์และสอนเรื่องของกรรมแก่ประชาชาชนทำให้ท่านมีชื่อเสียงมากในเรื่องการสวดมนต์ตามแนวทางของท่านคือการบูชาพระรัตนตรัยแล้วตั้งนะโม 3 จบ จากนั้นสวดไตรสรณคมน์ สวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วตามด้วยพาหุงมหากา จบด้วยอิติปิโส (พุทธคุณ) เท่าอายุบวกอีก หนึ่งจบ จะอธิษฐานอะไรจะสำเร็จถ้าตั้งใจสวดมีคนที่เราเคยรู้จักเขาสามีไม่ดี ดื่มเหล้า ติดเพื่อน เขาสวดอยู่ 1 ปี ไม่มีเวลาด้วยซ้ำ ระหว่างไปทำงานนั่งรถในตอนเช้าเวลา 1 ชั่วโมงบนรถเขาสวดทุกวัน เวลาผ่านไปเขาเห็นผลสามีเข้ากลับมาดีเลิกดื่มเหล้า ติดเพื่อน นี้แหละอานิสงส์ของการสวดมนต์บทของหลวงพ่อจรัญ ที่เป็นเรื่องจริงที่เราขอนำมาเป็นตัวอย่างในการปฎิบัติธรรมตามรอยท่าน หากปีใหม่นี้ใครสนใจอยากมาปฏิบัติธรรมขอแนะนำดังนี้ เพื่อเสริมมงคลชีวิต เลือกมาแบบ 3 วันหรือ 7 วันก็ได้

 

6. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร


วัดระฆังหรือวัดที่คนนิยมเรียกว่าวัด หลวงพ่อโต อยู่ที่ 25 0 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย เป็นอารามหลวงชั้นโทชนิดวรมหาวิหาร เดินชื่อว่าวัดบางว้าใหญ่ ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างและโปรดเกล้าเป็นอารามหลวง ที่นี้ได้มีเครื่องยศประกอบพิธีสริยยศสมเด็จพระสังฆราชให้ชมถ้าใครได้มาจะเห็น

มาที่นี่มีสถาปัตยกรรมไทยที่ในวัดที่มีชื่อเสียงเลื่องลืองามยิ่งคือหอพระไตรปิฎกเดิมอยู่กลางสระที่ขุดขึ้นด้านหลังพระอุโบสถ เป็นเรือนแฝด 3 หลัง เดิมเป็นหอของรัชกาลที่ 1 ทรงรับราชกาลอยู่กรุงธนบุรี ฝาผนังด้านนอกทาสีแดง ด้านในเขียนภาพฝีมืออาจารย์นาค สะท้อนแสดงวิถีวิชิตของคนสมัยนั้น บานประตูเขียนลายรดน้ำ และแกะสลักอย่างงดงาม มีตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำ ขนาดใหญ่ สมัยอยุธยา ในห้องด้านเหนือและด้านใต้

ในประวัติพระเจ้ากรุงธนบุรียกฐานะเป็นพระอารามหลวงมีการขุดพบระฆังในเขตวัดจึงเรียกว่าวัดระฆังในรัชกาลที่ 1 เป็นต้นมาและนำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญที่วัดระฆังนี้ ได้แก่ ตำหนักทอง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และสมเด็จพระสังฆราชในยุคนั้น

 

7. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


เรียกอีกชื่อว่าวัดพระแก้ว อยู่ที่กรุงเทพฯมหานครสร้างในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพรชญ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร หรือพระแก้วมรกตเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ได้รับการบูรณปฎิสังขรณ์มาโดยตลอดจนถึงรัชกาลที่ 9 ได้โปรดเกล้าให้มีการพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี และ สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี มีพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในการบูรณะ เป็นวัดที่สำคัญเชิดหน้าชูตาบ้านเมืองตลอดจนเป็นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยเข้ามาเที่ยวชมควรแต่งตัวให้เรียบร้อย ในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร ในเครื่องทรงฤดูร้อน และพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในเครื่องทรงฤดูฝน พระมหามณีรัตนปฎิมากร ในเครื่องทรงฤดูหนาว และ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระสัมพุทธพรรณี


พระแก้วมรกตทำจากหินหยกสีเขียวเข้มทึบแสง ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 43 สูง 55 ซม. ในวันลอยกระทงมีการเปลี่ยนเครื่องทรงอยู่เสมอทุกๆ 3 ฤดู คือร้อน หนาว ฝน ขอเชิญชวนทุกท่านมากราบเพื่อเป็นสิริมงคลได้ทุกวันเวลาและในตอนนี้จะได้ถือโอกาสมากราบพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เพราะอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังโดยมีระเบียงล้อมรอบ คะ มากันนะคะในปีใหม่นี้ ที่คิดว่าจะหาเสริมสิริมงคลให้ชีวิตในปีชงนี้ที่ใครคิดว่าตัวเองชงมากๆ ควรเข้าหาวัดทำบุญนะคะ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจได้ตลอดเวลาเลยคะ7. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

8. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)


วัดโพธิ์ กรุงเทพฯ เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระองค์ภายใต้พระประธานในพระอุโบสถ “พระพุทธเทวปฎิมากร” อีกด้วย วัดโพธิ์แห่งนี้ เดิมเป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และถูกยกฐานะเป็นวัดอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี เดิมชื่อวัดโพธาราม ตั้งขนาบกับพระบรมมหาราชวัง แต่ตอนหลังทรุดโทรมรัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าให้มีการบูรณะปฎิสังขรณ์วัดขึ้นมาใหม่ และพระราชทานนามว่าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส และรัชกาลที่ 4 ได้ทรงปรับนามเป็นวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

มีพระพุทธไสยาสน์พระเจดีย์ วิหารสี่ทิศ และยักษ์วัดโพธิ์เป็นรูปปั้นใหญ่มากสวยงาม มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ จะได้ชมความงามศิลปะสมัย อยุธยาได้กราบไหว้พระเป็นสิริมงคลอีกด้วยคะในปีใหม่นี้มาเที่ยวไหว้พระ9 วัดเสริมปีชงสำหรับผู้ที่ชงแต่ผู้ที่ต้องการเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตก็เชิญได้นะคะ

9. วัดท่าซุง


วัดท่าซุงเป็นวัดที่สวยงามมาก ของจังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยหลวงพ่อใหญ่ เป็นผู้สร้างวัดเป็น มหาวิหารแก้ว 100 เมตรประดับด้วยโมเสกสีขาวกระจกวิบวับทั้งหลัง มีโคมไฟระย้าประดับด้วยช่อไฟทั้งเล็กและใหญ่ 119 ช่อ ภายในเป็นแบบแก้วคริสตัล ตระการตาอลังการปราสาททองคำหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระเถระรูปนี้ได้สร้างวัดนี้และมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเนื่องจากท่านเป็นพระผู้นำในการปฎิบัติกรรมฐาน ภายในอุโบสถตกแต่งอย่างวิจิตร บริเวณรอบเป็นกำแพงแก้ว ภายรูปหล่อหลวงพ่อปาน หลวงพ่อใหญ่ ขนาด 3 เท่า มีพระวิหารแก้วประดิษฐานพระพุทธชินราช จำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อยหากเอ๋ยถึงว่าที่อุทัยนี้ วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้วยแรงศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย

สังเกตดูทุกคนไปแล้วไม่อยากกลับภายในนอกจากจะมีวิหารแก้วแล้วบริเวณโดยรอบมีสถานที่ที่สวยงามวิจิตรตระการตา ศิลปะแบบอินเดีย สีทอง เหมือนเราได้เดินเข้าไปใกล้วิหารนี้เหมือนเราอยู่ในแดนสวรรค์ไม่ปาน เรียกว่าปราสาททองคำ และยังมีวิหารองค์สมเด็จพระปฐม หอไตร และมณฑปพระปัจเจกพุทธเจ้าให้เข้าชมสักการะอีกด้วย ถ้ามีวันหยุดยาวมาเที่ยววัดท่าซุงและบริเวณในจังหวัดอุทัย ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้เที่ยวชมสุดคุ้มจริงๆ เลยค่ะ

ใครที่กำลังต้องการที่พึ่งทางจิตใจ เชิญมาได้ที่ 9 วัด แห่งนี้นะค่ะ เข้าไปแล้วอาจจะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น