โบสถ์กลางทะเล

โบสถ์กลางทะเล วัดเกาะพยาม

 โบสถ์กลางทะเล วัดเกาะพยาม

 โบสถ์กลางทะเล
โบสถ์กลางทะเล

อากาศบ้านเราตอนนี้เรียกได้ว่า ร้อนระเบิดเถิดเทิงทีเดียวค่ะ ใครกำลังหาที่ชิลล์ๆ หลบคลายร้อนในซัมเมอร์แสนระอุนี้ เราชวนมาเที่ยวเกาะทางใต้ ทะเลอันดามัน ฟ้าคราม น้ำใส กันที่ “เกาะพยาม” จังหวัดระนองนี่เอง ที่สำคัญเกาะพยามนี้มีโบสถ์กลางทะเลที่เรียกไว้ว่า Unseen ไทยแลนด์ทีเดียวค่ะ ใครที่ยังไม่เคยได้มาไหว้พระกลางทะเลแล้วล่ะก็ ตามเรามาเที่ยวที่นี่เลย

 

“เกาะพยาม” 
“เกาะพยาม”

จากท่าเรือปากน้ำบนฝั่งระนอง เดินทางมาถึงยังเกาะพยาม หากนั่งเรือธรรมดา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือใครอยากย่นเวลาหน่อยก็ให้นั่งสปีดโบ้ทจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็จะถึงเกาะพยาม ที่สะพานท่าเทียบเรือของเกาะพยามนั้นจะตั้งอยู่ที่อ่าวแม่หม้าย และโบสถ์กลางทะเล วัดเกาะพยามที่เราจะมาเที่ยวกันในวันนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากสะพานเทียบท่าเรือ

เราจะสามารถมองเห็น โบสถ์กลางทะเลมาแต่ไกลโดยบนหลังคาโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางลีลาหันหน้าออกสู่ทะเล มีสะพานปูนทอดยาวสู่ตัวโบสถ์ เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นมากทีเดียว จากท่าเทียบเรือเกาะพยามสามารถเดินสบายๆ ไปเที่ยววัดเกาะพยามได้ หรือถ้าใครอยากไปเร็วๆ ก็สามารถหาเช่ารถมอเตอร์ไซค์ หรือจักรยาน ไว้ขี่ชิลล์ๆ มาวัด หรือบนเกาะพยามได้

พระอุโบสถกลางน้ำ
พระอุโบสถกลางน้ำ

พระอุโบสถกลางน้ำ หรือ โบสถ์กลางทะเลนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “อุทกฺกเขปสีมา” ซึ่งหมายถึงโบสถ์กลางน้ำที่พระพุทธเจ้าเคยกล่าวถึงในพุทธกาล ก่อนที่เราจะไปโบสถ์ ด้านซ้ายมือจะมีบันไดให้ขึ้นไปสักการะ “พระพุทธวิริยะ ชัยมงคล” ที่ด้านในของวัดเกาะพยามได้ หลังจากสักการะพระพุทธรูปด้านบนของวัดแล้ว เราก็ลงมาเพื่อเดินตามสะพานที่ทอดตัวยาวสู่ทะเลไปโบสถ์กลางทะเล

ตัวโบสถ์มีลักษณะคล้ายมีดอกบัวมาโอบอุ้มโบสถ์อยู่อีกที มองไปแล้วสวยงามมาก ยิ่งอยู่กลางทะเลที่มีฟ้าสีคราม น้ำทะเลใสๆ แบบนี้ สวยจนแทบลืมหายใจไปเลยค่ะ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะพยามมักจะมาแวะเวียนสักการะพระพุทธรูปในโบสถ์กลางน้ำนี้เสมอเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง